บทความทั่วไป : ขาเทียมไทย ความหวังใหม่ของผู้พิการในแอฟริกา บทความ/เผยแพร่

บทความทั่วไป : ขาเทียมไทย ความหวังใหม่ของผู้พิการในแอฟริกา

              เราคงเคยได้ยินได้ฟังข่าวเกี่ยวกับการสู้รบ และสงครามกลางเมืองในประเทศต่างๆ ของแอฟริกากันบ้างแล้ว เกือบทุกประเทศในแอฟริกามักจะผ่านช่วงเวลาหรือกำลังเผชิญกับสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งมักจะมีความรุนแรงและยืดเยื้อ และไม่ว่าการสู้รบจะเกิดขึ้นจากสาเหตุใดก็ตาม  ผลจากสงครามที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นั่นก็คือ ทหารและประชาชนจำนวนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ และในจำนวนนั้นต้องกลายเป็นคนพิการ แขนขาขาด  ดังนั้น  สำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (สพร.) กระทรวงการต่างประเทศ  ซึ่งยึดแนวทางการดำเนินงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนากับประเทศต่างๆ ในแอฟริกา ในการพัฒนาสภาพความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น  จึงเล็งเห็นความสำคัญในการช่วยเหลือผู้พิการจากสงคราม อุบัติเหตุ โรคภัยไข้เจ็บ รวมถึงผู้พิการมาแต่กำเนิด ให้สามารถดำรงชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไป                          

 การช่วยเหลือผู้พิการขาขาดให้กลับมามีชีวิตปกติดังเดิมทางหนึ่งก็คือ การใส่ขาเทียม แต่  ผู้พิการที่ยากจนไม่สามารถใส่ขาเทียมได้  เนื่องจากอุปกรณ์ขาเทียมส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศ จึงมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง นอกจากนั้น ขาเทียมมีอายุการใช้งานประมาณ ๒ – ๓ ปี ก็จะเริ่มชำรุดเสียหายตามสภาพการใช้งาน จำเป็นต้องมีการซ่อมแซมเพื่อให้สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้น  ดังนั้น การใส่ขาเทียมสำหรับผู้พิการยากจนจึงดูเป็นเรื่องไกลเกินฝัน มีความเป็นไปได้น้อยมาก  อย่างไรก็ตาม ผู้พิการยากจนได้กลับมามีความหวังขึ้นอีกครั้ง เมื่อ รศ.น.พ.เทอดชัย ชีวะเกตุ เลขาธิการมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้คิดค้นประดิษฐ์ขาเทียม ช่วยเหลือคนพิการผู้ยากไร้ทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน จนได้รับรางวัลแมกไซไซ ในสาขาบริการสาธารณะ (Public Service) ประจำปี ๒๕๕๑ 

              หลายคนอาจจะคิดว่าการทำขาเทียมก็เหมือนกับการทำรองเท้า แต่การทำขาเทียมนั้นยากกว่ามากนัก  เพราะตอขาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การทำขาเทียมให้สวมใส่ได้พอดีกับตอขาที่เหลืออยู่จึงเป็นงานที่ยากและซับซ้อนมาก ผู้ทำต้องมีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เมื่อทำเสร็จแล้ว ก็ต้องทดลองเดินเพื่อปรับแก้หลายครั้ง เพื่อให้ได้ขาเทียมที่ใส่สบาย พอเหมาะพอดี ไม่หลวมไม่คับ ไม่เสียดสีกับเนื้อ ไม่เกิดอันตรายต่อข้อต่อและกระดูกสันหลัง สามารถเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเดิน วิ่ง หรือกระโดด ได้อย่างคล่องแคล่ว สะดวกสบาย เป็นธรรมชาติ เหมือนคนปกติทั่วไปจนดูไม่ออกว่าใส่ขาเทียม  นอกจากคุณหมอจะประดิษฐ์ขาเทียมให้มีคุณสมบัติตามที่ได้กล่าวมาแล้ว  คุณหมอยังใช้วัสดุราคาถูกที่หาได้ในท้องถิ่น ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการผลิต ถูกกว่าอุปกรณ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศถึงสิบเท่า  จากความสำเร็จในการทำขาเทียมให้คน คุณหมอยังเมตตาทำขาเทียมให้แก่สัตว์ที่ประสบเคราะห์กรรมเดียวกัน เช่น ช้าง ม้า และสุนัข อีกด้วย 

             สพร. ได้ร่วมกับมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สนับสนุนโครงการจัดตั้งโรงงานผลิตขาเทียมให้แก่ประเทศในแอฟริกา โดยเริ่มจากสาธารณรัฐบุรุนดี และสาธารณรัฐเซเนกัลเป็นประเทศต่อมา  รูปแบบการให้ความช่วยเหลือ จะเป็นการให้ความรู้ ฝึกอบรมบุคลากร จัดทำอุปกรณ์เครื่องมือการทำขาเทียม วัสดุและชิ้นส่วนขาเทียมส่งมอบให้แก่ประเทศผู้รับ  รวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์และให้คำแนะนำในช่วงแรกของการจัดตั้งหน่วยทำขาเทียม  ทั้งนี้  การดำเนินงานโครงการของมูลนิธิขาเทียมฯ เป็นเรื่องเฉพาะทาง มีขั้นตอนและมีเหตุมีผลในการดำเนินงานที่ชัดเจน  ยกตัวอย่างเช่น ทางมูลนิธิฯ ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้เข้ารับการฝึกอบรมทำขาเทียม ต้องเป็น         ผู้พิการขาขาด เพื่อที่จะได้เข้าใจถึงความรู้สึกของผู้ที่มารับบริการเวลาใส่ขาเทียมที่ไม่พอดี และรู้ว่าควรปรับแต่งอย่างไรให้สวมใส่สบายขึ้น  นอกจากนั้น ผู้พิการที่มาเข้ารับการฝึกอบรมก็จะได้ฝึกทำขาเทียมให้กันเองจนชำนาญแล้ว จึงทำขาเทียมให้ผู้พิการคนอื่นๆ ต่อไป

            โรงพยาบาลทหารของสาธารณรัฐบุรุนดี และสาธารณรัฐเซเนกัล ได้ส่งเจ้าหน้าที่ ๖ - ๗ คน มาฝึกอบรมการทำขาเทียมที่มูลนิธิขาเทียมฯ จ.เชียงใหม่ เป็นเวลา ๓ - ๔ เดือน  ได้เรียนรู้ภาคทฤษฎีและฝึกปฏิบัติจริง  โดยท่านเลขาธิการมูลนิธิฯ ได้สละเวลาเป็นทั้งผู้ถ่ายทอดความรู้ และดูแลการฝึกอบรมด้วยตนเองอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ต้นจนจบหลักสูตร  ซึ่งต้องใช้ความประณีตละเอียดอ่อนในการทำทุกขั้นตอน  ขั้นตอนก่อนการทำขาเทียมซึ่งทางมูลนิธิฯ ให้ความสำคัญไม่น้อยกว่าการทำขาเทียมก็คือ การตรวจสภาพร่างกายผู้มารับบริการทำขาเทียม ดังนั้น  มูลนิธิฯ จะขอให้แพทย์ประจำในโรงพยาบาลทหาร ซึ่งจะรับผิดชอบหน่วยผลิตขาเทียมต่อไป เข้ารับการฝึกอบรมการวินิจฉัยคนไข้ว่ามีข้อจำกัดหรือโรคประจำตัวที่จะมีผลกระทบต่อการใส่ขาเทียมหรือไม่ก่อนจะส่งไปทำขาเทียม  นอกจากนั้น  เจ้าหน้าที่จากประเทศทั้งสอง ยังได้รับการดูแลความเป็นอยู่อย่างดี  มีที่พักพร้อมครัวซึ่งสะดวกสบายอยู่ในบริเวณมูลนิธิฯ ในช่วงวันหยุด  ยังได้มีโอกาสไปทัศนศึกษาตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง  ทำให้เจ้าหน้าที่ได้เรียนรู้และเกิดความประทับใจเกี่ยวกับประเทศไทย ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีของไทยด้วย 

              ความร่วมมือในการจัดตั้งโรงงานผลิตขาเทียมไปยังภูมิภาคแอฟริกานี้ นอกจากจะเป็นการเผยแพร่ความสามารถในการประดิษฐ์คิดค้นของคนไทยแล้ว ยังมีส่วนให้มูลนิธิขาเทียมฯ ได้พัฒนาและเรียนรู้ปรับเปลี่ยนการทำชิ้นส่วนอุปกรณ์ขาเทียมให้เหมาะสมกับคนแอฟริกัน  โดยนำบทเรียนที่ได้รับจากการดำเนินโครงการกับสาธารณรัฐบุรุนดีมาปรับใช้กับสาธารณรัฐเซเนกัล  เริ่มจากสีของขาและเท้าเทียม  มูลนิธิฯ ได้ผสมสีให้ได้สีที่กลมกลืนใกล้เคียงกับสีผิวคนแอฟริกัน ซึ่งสีผิวของคนแอฟริกันในแต่ละประเทศจะแตกต่างกัน สีผิวคนบุรุนดีจะไม่ดำเข้มมากเหมือนสีผิวของคนเซเนกัล  นอกจากการปรับสีให้เข้ากับผิวของคนแต่ละประเทศแล้ว  ขนาดเท้าที่มูลนิธิฯ ผลิตขึ้นขนาดเบอร์ใหญ่สุด มีขนาดเล็กกว่าเท้าคนพิการที่มารับบริการ  มูลนิธิฯ จึงต้องเพิ่มขนาดเท้าเทียมให้มีขนาดใหญ่ขึ้นอีกหนึ่งเบอร์ด้วย จะเห็นได้ว่าการทำขาเทียมต้องให้ความใส่ใจในทุกขั้นตอนเพื่อให้เป็นที่พึงพอใจแก่ผู้พิการให้มากที่สุด

               ผลจากการดำเนินโครงการจัดตั้งโรงงานผลิตขาเทียมในสาธารณรัฐบุรุนดี และสาธารณรัฐเซเนกัล ทำให้ชื่อเสียงของประเทศไทยแผ่ขยายไปยังแอฟริกา ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่อยู่ห่างไกล ให้มีความหวัง และมีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้นอีกครั้ง การดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น  สิ่งท้าทายต่อไปก็คือ การทำให้โครงการเกิดความยั่งยืน กล่าวคือประเทศทั้งสองสามารถดำเนินงานโครงการต่อได้เองด้วยงบประมาณของตน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายราคาถูกจากผู้พิการที่ยากจน รวมทั้งการถ่ายทอดความรู้ให้แก่บุคลากรอย่างต่อเนื่อง และสามารถผลิตขาเทียมได้เองโดยใช้วัสดุที่หาได้ภายในประเทศ ซึ่งหากรัฐบาลของประเทศทั้งสองให้ความสำคัญและสนับสนุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและจริงจังแล้ว  ท้ายที่สุดโครงการก็น่าจะประสบผลสำเร็จ และเป็นโครงการตัวอย่างที่จะขยายผลไปยังประเทศอื่นๆ ในแอฟริกาได้ต่อไป

               โครงการจัดตั้งโรงงานผลิตขาเทียมให้แก่ประเทศในแอฟริกาดังกล่าวเป็นหนึ่งในอีกหลายๆ โครงการที่คนไทยทั่วไปอาจไม่ค่อยรับทราบ แต่รัฐบาลไทยได้ดำเนินการมานานแล้ว เนื่องจากการทำงานด้านนี้เป็นมิติหนึ่งของงานการทูตเพื่อการพัฒนาอย่างแท้จริง และเป็นอีกหนึ่งบทบาทของนโยบายการต่างประเทศที่ใช้การทูตในการให้การช่วยเหลือรัฐบาลและประชาชนในประเทศกำลังพัฒนา และประเทศด้อยพัฒนาที่ยากจน เพื่อให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและสามารถช่วยเหลือพึ่งพาตนเองได้ ในฐานะที่ประเทศเหล่านั้นเป็นมิตรของไทย ซึ่งการที่ไทยมีฐานะทางเศรษฐกิจที่ดีกว่า มีความรู้ความชำนาญด้านวิชาการอันเป็นผลจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีประสบการณ์ที่ดีเป็นแบบอย่าง (best practice) รัฐบาลไทยจึงได้หยิบยื่นความช่วยเหลือถ่ายทอดวิชาการเพื่อเกื้อกูลแก่มิตรประเทศที่มีความต้องการ ซึ่งถือเป็นการดำเนินทางการทูตอย่างเกื้อกูล (soft diplomacy) กระทรวงการต่างประเทศจึงได้มอบหมายให้สำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศเป็นผู้ดำเนินการ และใช้เป็นเครื่องมือทางการทูตในการปูพื้นฐานเพื่อกระชับสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศที่จะก่อให้เกิดความร่วมมือในด้านต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อไทยและมิตรประเทศในอนาคต จึงเป็นการยกสถานะของไทยที่สูงขึ้นในประชาคมระหว่างประเทศด้วย

 

เขียนโดย น.ส. วรางคณา  สิงหชาญ

 ส่วนให้ความร่วมมือฯ ๒ / สพร.

ไฟล์แนบ