บทความทั่วไป : ความร่วมมือภาครัฐ – เอกชน (Public – Private Partnership: PPP): ในบริบทของความร่วมมือเพื่อการพัฒนาจากบทเรียนของ SDC บทความ/เผยแพร่

บทความทั่วไป : ความร่วมมือภาครัฐ – เอกชน (Public – Private Partnership: PPP): ในบริบทของความร่วมมือเพื่อการพัฒนาจากบทเรียนของ SDC

 

         เป็นที่ทราบกันดีว่าเป้าหมายสูงสุดในการพัฒนาระหว่างประเทศหรือ MDGs ก็คือการขจัดปัญหาความยากจนของทุกประเทศ อีกทั้งเป็นที่ประเด็นสำคัญที่หยิบยกขึ้นหารือในเวทีนานาชาติหลายเวที อาทิการกำหนดแนวทางสำหรับภาคเอกชนของประเทศสมาชิกสหประชาติ UN Global Compactโดยคำนึงถึงผลกระทบทางสังคมที่เกิดขึ้นจากแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจการตลาดของทั้งฝ่ายที่ได้ประโยชน์และฝ่ายที่เสียเปรียบ กล่าวคือมุ่งเน้นเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในระดับนานาชาติและระดับประเทศ ในการนี้ องค์การระหว่างประเทศและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงได้ปรับรูปแบบและขยายการดำเนินงานความร่วมมือกับภาคเอกชนในบริบทของการพัฒนามากยิ่งขึ้น
      การขยายความร่วมมือกับภาคเอกชนในแง่มุมของการพัฒนานั้นนับเป็นโอกาสที่สำคัญในการสร้างกลไกที่ทำให้เกิดผลกระทบอย่างทวีคูณ และส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาวกล่าวคือเป็นเชื่อมโยงระหว่างตลาดเกิดใหม่ (Emerging market)และการจ้างงาน ประกอบกับภาคเอกชนหลายแห่งให้ความสนใจการพัฒนาที่ยั่งยืนเพิ่มมากขึ้น ประเด็นท้าทายที่สำคัญคือการสร้างความสมดุลระหว่างโอกาสทางการตลาดและการแสวงหากำไร และทำอย่างไรภาคเอกชนจึงเกิดความเข้าใจเป้าหมายของความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในการแก้ไขปัญหาความยากจนและการพัฒนาระยะยาว นอกจากนี้ ทำอย่างไรจึงจะรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชากรที่ยากจนได้มากที่สุดจากผลการวิจัยของ Andreas Tarnutzer และ JonasSchafer ซึ่งทำการวิเคราะห์โครงการความร่วมมือกับภาคเอกชนของ Swiss Agency for Development and Cooperation:SDC ที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันจำนวน 13 โครงการสามารถแบ่งการดำเนินงานความร่วมมือกับภาคเอกชนออกได้เป็น 2 ระดับ คือระดับนานาชาติหรือระดับโลก และระดับโครงการ (ระดับท้องถิ่น/ภูมิภาค) และจัดกลุ่มโครงการดังกล่าวออกเป็น 6 กลุ่ม ดังนี้
      1. ระดับนานาชาติ
                1.1 Norms and Values Cooperate Social Response (CSR)
                1.2 International Matchmaking
                1.3 Global Products
      2. ระดับโครงการ
                2.1 Private Sector Development & Technical Assistance (PSD)
                2.2 Public Private Development Partnership (PPDP)
                2.3 Public Private Partnership (PPP)
ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนระหว่างกิจกรรมของระดับนานาชาติกับระดับโครงการ คือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหากเฉพาะเจาะจงเพียงแค่ประเทศหรือภูมิภาคแสดงว่าเป็นการำเนินงานในระดับโครงการทั้งนี้ ผู้วิจัยได้ยกตัวอย่างโครงการภายใต้ 6 กลุ่มดังกล่าวดังนี้
      1. Norms and Values/CSR เป็นการดำเนินงานของบริษัททั้งในระดับชาติและนานาชาติ ตามหลัก 10 ประการของข้อตกลงGlobal Compact ทั้งในด้านสิทธิมนุษยชน, แรงงาน, สิ่งแวดล้อมและต่อต้านคอร์รัปชั่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการขยายการดำเนินงานในการช่วยเหลือสังคม (CSR) หน่วยงานภาครัฐทำหน้าที่เพียงสนับสนุนและประสานงานให้เกิดกิจกรรมความร่วมมือต่าง ๆ
      2. International Matchmaking เป็นการร่วมดำเนินงานและสนับสนุนกองทุนเฉพาะเรื่องระดับนานาชาติ เช่น SDC ดำเนินการร่วมกับ World Economic Forum ในการริเริ่มโครงการเกี่ยวกับแหล่งน้ำที่สะอาดโดยการสนับสนุนเงินทุนและองค์ความรู้ในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งในบางครั้งการดำเนินงานดังกล่าวอาจคาบเกี่ยวกับการดำเนินงานในลักษณะGlobal Products
      3. Global Productsจุดมุ่งหมายในการดำเนินงานคือการวิจัย ผลิตและจำหน่าย/แจกผลิตภัณฑ์โดยมีเป้าหมายเพื่อใช้งานตามวัตถุประสงค์ในระดับนานาชาติ เช่น การผลิตวัคซีนรักษามาลาเรีย และการจัดทำคู่มือและหลักนโยบายสำหรับน้ำประปาและสุขอนามัย ในการนี้SDC ได้สนับสนุนการจัดตั้งกองทุนวิจัยและพัฒนาร่วมกับภาคเอกชน จากผลการดำเนินโครงการดังกล่าวที่ผ่านมาปรากฏผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน กล่าวคือประชาชนในกลุ่มผู้ยากไร้สามารถเข้าถึงยารักษาโรคมาลาเรียได้มากยิ่งขึ้น และการจัดทำคู่มือสำหรับน้ำประปาดังกล่าวสามารถใช้เป็นตัวแบบสำหรับเผยแพร่และใช้ปฏิบัติจริงในประเทศกำลังพัฒนา
      4. Public Private Development Partnership (PPDP)เป็นการดำเนินโครงการความร่วมมือกับภาคเอกชนที่มีบทบาทเชิงรุกในการพัฒนา โดยมีจุดมุ่งเน้นในดำเนินโครงการเพื่อขจัดความยากจนเป็นหลักสำคัญ (pro-poor development oriented)ลักษณะที่เป็นจุดเด่นคือการดำเนินงานที่ไม่หวังผลกำไร ที่ผ่านมา SDC ร่วมกับภาคเอกชน (50:50) ในการจัดตั้งกองทุนเพื่อให้การศึกษาขั้นสูงและการฝึกอบรมวิชาชีพ (Demand driven) โดยให้ภาคประชาสังคมในประเทศผู้รับเป็นผู้ดำเนินงานโครงการ
จากการศึกษาพบว่าร้อยละ 80 ของผู้ผ่านการอบรมในโครงการซึ่งเป็นเยาวชนในกลุ่มผู้ด้อยโอกาสและยากไร้ในเขตเมืองได้รับการจ้างงาน อีกทั้ง มีทักษะและประสบการณ์ที่สามารถปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี
      5. Public Private Partnership (PPP) เป็นรูปแบบดั้งเดิมในการดำเนินงานความร่วมมือกับภาคเอกชนที่เห็นเด่นชัดคือโครงการความร่วมมือของเยอรมัน อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่า PPPมีวัตถุประสงค์ในการขจัดความยากจนอยู่บ้างแต่ก็ไม่ชัดเจนเท่ากับ PPDP การดำเนินงานของ SDC ส่วนใหญ่จะเป็นการดำเนินงานที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานโดยเน้นการปรับปรุงคุณภาพด้านอุปทานเป็นหลัก ประกอบด้วยเงินทุนและ/หรือองค์ความรู้ เช่น สนับสนุนเงินทุน (Co-finance)ในการดำเนินงานโครงการประปาในเขตเมืองนำร่องของเวียดนาม ซึ่งเป็นโครงการย่อยของแผนงานการพัฒนาการประปาในเวียดนามของธนาคารโลก
      6. Public Sector Development (PSD) เป็นการให้ความช่วยเหลือภาคเอกชนในประเทศกำลังพัฒนาผ่านความช่วยเหลือทางวิชาการ (Technical Assistance) โดยมีวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการปรับปรุงคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่และสังคมแก่กลุ่มคนที่ยากจน เช่น แผนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ในเขตชนบท-แทนซาเนีย โดยมุ่งเน้นให้ภาคเอกชนเป็นกลไกในการส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจและลดปัญหาความยากจนผ่านกระบวนการเพิ่มรายได้และการเข้ารับบริการของภาครัฐอย่างทั่วถึง รวมทั้ง เพื่อให้มีการสร้างกลไกทางการตลาดสำหรับเขตชนบทที่ยากจน และขจัดข้ออุปสรรคด้านการตลาดต่างๆ ตลอดจนการพัฒนาทักษะและขยายการให้บริการในการพัฒนาธุรกิจ รวมทั้งการส่งเสริมธุรกิจและให้การบริการด้านการเงิน

      จากรูปแบบการดำเนินงานของ SDCข้างต้นจะเห็นได้ว่ามีการดำเนินงานในหลายลักษณะตั้งแต่การฝึกอบรมจนถึงการให้เงินทุนสนับสนุน รวมทั้งการให้เงินอุดหนุน
ภาคเอกชน อย่างไรก็ตามข้อควรระวังในเรื่องการริเริ่มโครงการที่มาจากประเทศผู้ให้และภาคเอกชนอาจถูกมองได้ว่าเป็นการยัดเยียดหรือ Supply driven และมองได้ว่าประเทศผู้รับได้ผลประโยชน์น้อยกว่าที่ควรจะเป็น
      ผู้เขียนเห็นว่าตัวแบบที่น่าสนใจสำหรับการดำเนินงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาของไทยระหว่างภาครัฐ – ภาคเอกชนน่าจะเป็นรูปแบบ Public Private Development Partnership(PPDP) ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักในมุ่งเน้นการให้ความช่วยเหลือเพื่อลดปัญหาความยากจน ผ่านกระบวนการสร้างงานและรายได้ในประเทศผู้รับเป็นหลัก อีกทั้งเป็นการตอบสนองความต้องการของภาคเอกชนในการจ้างแรงงานฝีมือ และการดำเนินงานด้านCSR อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินงานดังกล่าวต้องศึกษาและพิจารณาถึงปัจจัยหลายประการ เช่น รูปแบบการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน ว่าควรเป็นลักษณะใด (in kind or in cash) ธุรกิจภาคเอกชนกลุ่มใดที่รัฐบาลควรดึงเข้ามาให้มีส่วนร่วมกับโครงการความร่วมมือ ( SMEs หรือ ธุรกิจระดับมหภาค) และที่สำคัญคือ ต้องให้แน่ใจว่าผลประโยชน์ของความร่วมมือจะเกิดแก่ประชาชนผู้ด้อยโอกาสของประเทศผู้รับเป็นสำคัญ